1. “สำนักวางแผนการศึกษา”  (พ.ศ.2506 – 2509)  จัดตั้งขึ้นโดยประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2506  ซึ่งลงนามโดย หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในขณะนั้น  ด้วยเหตุผลที่ระบุว่า  การวางแผนการศึกษาให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาการเศรษฐกิจมีความสำคัญอย่างยิ่ง  จึงต้องจัดตั้ง “สำนักวางแผนการศึกษา”  ขึ้นในสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะเป็นผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับแผนงานของกระทรวงศึกษาธิการ  โดยให้ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
ก)  ดำเนินการวางแผนการศึกษา  ให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาการเศรษฐกิจแห่งชาติ และแผนการปกครอง  โดยศึกษาข้อมูลด้านต่างๆ ที่จำเป็นตามหลักวิชาร่วมกับหน่วยราชการและองค์การอื่นๆ
ข)  ศึกษา และวิจัยปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวกับการดำเนินงานตามแผนการศึกษา โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการวางแผน งบประมาณ การเงิน       การบริหาร ตลอดจนความเคลื่อนไหวและผลงานทางการศึกษาทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ  เพื่อพิจารณาแก้ปัญหาและเพิ่มพูนประสิทธิภาพของงานให้สูงยิ่งขึ้น
ค)  ศึกษา  วิเคราะห์  และเสนอแนะ การปรับปรุงแก้ไขเปลี่ยนแปลงโครงการต่างๆ ทั้งหมดของกระทรวง เพื่อประสานโครงการเหล่านั้นให้สอดคล้องกับนโยบายส่วนรวม
ง)  ประเมินความก้าวหน้าของโครงการต่างๆ ที่ได้จัดทำไป เพื่อพิจารณาแก้ปัญหาและปรับปรุงการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
จ)  พิจารณา และศึกษาโครงการของหน่วยราชการอื่น ที่เกี่ยวข้องกับโครงการของกระทรวงเพื่อดำเนินงานให้สอดคล้องกัน
ฉ)  ประสานงานระหว่างหน่วยราชการและสถาบันต่างๆ ทั้งในและนอกกระทรวง เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปโดยเร่งรัด และได้ผลรวดเร็วยิ่งขึ้น
ช)  เป็นที่ปรึกษาของกระทรวงในทางวิชาการเกี่ยวกับการวางแผนทางการศึกษา
2. “กองวางแผนการศึกษา”  (พ.ศ.2509 – 2515) จัดตั้งขึ้นโดยพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสำนักงานเลขานุการรัฐมนตรีและสำนักงานปลัดกระทรวง  กระทรวงศึกษาธิการ  เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2509  ซึ่งมี      จอมพลถนอม  กิตติขจร  นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 83  ตอน 45  หน้า 369 – 372)  จึงได้ถือเป็นการตั้งเป็นหน่วยงานที่เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดย       ในการก่อตั้งกองวางแผนการศึกษานี้จะประกอบ ด้วย 6 งานหลักสำคัญคือ 1) งานประสานงาน  2) งานข้อมูลและสถิติ  3) งานวิจัยทางการศึกษา 4) งานวิจัยเศรษฐกิจการศึกษา  5) งานวิเคราะห์แผนงานแผนงานและโครงการ  และ 6) งานประเมินผลและรายงาน นอกจากนี้ กองวางแผนการศึกษา ยังได้รับอนุมัติให้เป็นสถานที่ตั้งสำนักเลขาธิการรัฐมนตรีศึกษาธิการแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีชื่อย่อว่า SEAMES  เพื่อทำหน้าที่ใน      การประสานงานในการพัฒนาการศึกษา ในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ซึ่งถือเป็นภารกิจงานในระดับประเทศ และในขณะนั้น กองวางแผนการศึกษามีอัตรากำลังบุคลากรของหน่วยงาน ประกอบด้วย  ผู้อำนวยการกอง  วิทยากรเอก  วิทยากรโท  วิทยากรตรี  เสมียนพนักงาน และลูกจ้าง จำนวนรวม 45 อัตรา
 3. “กองแผนงาน”  (พ.ศ.2515 – 2535)  จัดตั้งขึ้นตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 267  ลงวันที่ 17 พฤศจิกายน 2515  ซึ่งลงนามโดย จอมพล ถนอม  กิตติขจร ด้วยเหตุผลในการปรับปรุงการแบ่งส่วนราชการ ที่ประกอบด้วย 5 ฝ่ายคือ 1) ฝ่ายประสานงาน   2) ฝ่ายวิเคราะห์แผนงานและโครงการ   3) ฝ่ายวิเคราะห์งบประมาณ  4) ฝ่ายข้อมูลสถิติและประเมินผลการศึกษา และ 5) ฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจการศึกษา  และในระยะนี้เองก็ได้มีการจัดตั้งกองแผนงาน ของบางกรมขึ้นมาด้วยสำหรับบทบาทหน้าที่สำคัญของกองแผนงานในระยะแรก จะรับผิดชอบเกี่ยวกับการวางแผนการศึกษาและจัดทำโครงการต่างๆ ของกระทรวง ตลอดจนโครงการขอความร่วมมือทางการศึกษาจากต่างประเทศ  วิเคราะห์และเสนอข้อคิดเห็นต่อกระทรวงในเรื่องเกี่ยวกับแผนงานและโครงการ  จัดทำงบประมาณให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  ศึกษาค้นคว้าและวิจัยการศึกษาทั่วไป ติดตามประเมินผลโดยประสานงานกับสถาบันต่างๆ ทั้งในและนอกประเทศ เพื่อพัฒนาการศึกษาให้เป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้ในระหว่างปี พ.ศ.2525 – 2530  กระทรวงศึกษาธิการได้มีการปรับปรุงโครงสร้างการวางแผน โดยส่วนกลางได้จัดตั้ง “คณะกรรมการนโยบายและแผนของกระทรวง”  และได้จัดตั้ง “คณะกรรมการการศึกษา ศาสนา และศิลปวัฒนธรรมระดับจังหวัด” ซึ่งกองแผนงานได้เพิ่มบทบาทการทำหน้าที่เป็น “สำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการนโยบายและแผนของกระทรวง” อีกด้วย หลังจากนั้น คณะกรรมการนโยบายและแผนของกระทรวง ได้ปรับเปลี่ยนชื่อเป็น “คณะกรรมการการศึกษา  การศาสนาและวัฒนธรรม  กระทรวงศึกษาธิการ”  ซึ่งกองแผนงานมีบทบาทหน้าที่สำคัญในการรับผิดชอบเกี่ยวกับการศึกษา วิเคราะห์และกลั่นกรองการวางแผนการศึกษา  การศาสนา  และการวัฒนธรรมของกระทรวง  รวมทั้งประสานงานการวางแผนกับกรมต่างๆ ในสังกัด  ศึกษา วิเคราะห์ วิจัยปัญหาต่างๆ ในการดำเนินงานตามแผนงานและโครงการ เพื่อการปรับปรุงแก้ไข  และการจัดทำนโยบายและแผน  การติดตามประเมินผล และรายงานความก้าวหน้าของแผนงาน/โครงการต่างๆ   การวิเคราะห์ จัดตั้งและบริหารงบประมาณของสำนักงานปลัดกระทรวง พิจารณากลั่นกรอง การจัดทำงบประมาณของกรมต่างๆ  ประสานงานโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานด้านการศึกษา  การศาสนา  และการวัฒนธรรมกับต่างประเทศ  การจัดทำและพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศ ประมวลผลและบริการข้อมูลของกระทรวง ซึ่งจากภารกิจที่มีระดับความสำคัญสูงและมีขอบเขตกว้างขวางนี้ จึงส่งผลทำให้อัตรากำลังบุคลากรของกองแผนงาน ประกอบด้วย ผู้อำนวยการกอง นักวิชาการศึกษา  เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป  เจ้าหน้าที่โสตทัศนศึกษา  เจ้าหน้าที่ห้องสมุด  เจ้าหน้าที่ธุรการ  นายช่างพิมพ์  และเจ้าหน้าที่พิมพ์ดีด   มีจำนวนรวมถึง  98 อัตรา                                                                                                                                       
4. “สำนักนโยบายและแผนการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม”  (พ.ศ.2535 – 2540) จัดตั้งขึ้นตามพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2535  ซึ่งมีนายชวน  หลีกภัย  นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ (ราชกิจจานุเบกษา 2535 /120 /1 /18 ธันวาคม 2535) โดยสำนักนโยบายและแผนการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม มีอำนาจหน้าที่ในการเสนอแนะนโยบาย และจัดทำแผนแม่บทด้านการศึกษา  การศาสนา  และการวัฒนธรรม  ตลอดจนจัดลำดับความสำคัญของแผนงานโครงการ  การจัดตั้งและจัดสรรงบประมาณประจำปีของส่วนราชการในสังกัดกระทรวง ให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  นโยบายของรัฐบาลและนโยบายของรัฐมนตรีเจ้าสังกัด  ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานตามแผนงานและโครงการ  จัดทำและประสานแผนการปฏิบัติงานของสำนักงานปลัดกระทรวง  จัดลำดับความสำคัญของแผนงานโครงการ ให้สอดคล้องกับนโยบายและแผนแม่บทของกระทรวง  เร่งรัด ติดตามประเมินผลการปฏิบัติของหน่วยงานในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวง  ดำเนินงานเกี่ยวกับเลขานุการของคณะกรรมการการศึกษา  ศาสนา  และวัฒนธรรม  การส่งเสริม ประสานงานในการวิจัยเพื่อพัฒนาการศึกษา การศาสนา และวัฒนธรรมของกระทรวง  รวมทั้งการเป็นศูนย์กลางเครือข่ายข้อมูลสารสนเทศในด้านการศึกษา การศาสนา และวัฒนธรรมของกระทรวง ทั้งนี้ เหตุผลความจำเป็นในการแบ่งส่วนราชการฯ ดังกล่าว เป็นไปเพื่อการรองรับกลไกการทำงานของ  “สำนักพัฒนาการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม” เขตการศึกษา 1 – 12  โดยเป็นการรวมงานของกองแผนงานและศูนย์สารสนเทศไปตั้งเป็นตัวแทนกระทรวงไว้ในส่วนภูมิภาค สำหรับอัตรากำลังของสำนักนโยบายและแผนการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม มีจำนวนทั้งสิ้น  99 อัตรา ประกอบด้วย ผู้อำนวยการกอง      นักวิชาการศึกษา เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป เจ้าหน้าที่โสตทัศนศึกษา เจ้าหน้าที่ห้องสมุด เจ้าหน้าที่ธุรการ ช่างพิมพ์ เจ้าหน้าที่พิมพ์ดีด
5. “สำนักนโยบายและแผน”  (พ.ศ.2540 – 2546) เป็นการปรับปรุงหน่วยงานภายในเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพในการทำงานให้สอดคล้องกับการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรมทั่วประเทศ  ประกอบกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ได้บัญญัติให้มีกฎหมายเกี่ยวกับการศึกษา    แห่งชาติ  และเมื่อได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  พ.ศ.2542  ภายใต้กรอบแนวคิด “การปฏิรูปการศึกษา” เพื่อประโยชน์ที่จะเกิดแก่  นักเรียน พ่อแม่ ผู้ปกครอง ครู และประชาชน  โดยใช้กลไก “เขตพื้นที่การศึกษา” มาทดแทนกลไกตัวแทนกระทรวงในส่วนภูมิภาคและจังหวัดที่มีอยู่เดิม มุ่งปรับปรุงวัฒนธรรมการทำงานโดยเน้นการกระจายอำนาจไปสู่ระดับโรงเรียน  การจัดการเรียนรู้อย่างเป็นองค์รวม  ทั้งวิธีการจัดการเรียนการสอน  การบริหารจัดการ  การบริหารงานบุคคล  การประเมินคุณภาพ  และการมีส่วนร่วมของชุมชน ดังนั้น การทำงานในช่วงนี้ของสำนักนโยบายและแผน จึงถือเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านที่กระทรวง ศึกษาธิการได้มีการปรับปรุงโครงสร้างทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค  ซึ่งนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ตามอำนาจหน้าที่ของสำนักนโยบายและแผนการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมเดิมแล้ว ยังต้องทำงานใกล้ชิดร่วมกับหน่วยงานด้านกฎหมายของกระทรวงเพื่อร่วมจัดระบบโครงสร้างการทำงานในระดับต่างๆ ของกระทรวงให้เกิดความสอดคล้องกับเป้าหมายของแผนพัฒนาและแผนการปฏิบัติงานของกระทรวง และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด  สำหรับอัตรากำลังของสำนักนโยบายและแผน มีจำนวนทั้งสิ้น  102 อัตรา ประกอบด้วย ผู้อำนวยการกองเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป  เจ้าหน้าที่วิชาการศึกษา นายช่างพิมพ์ เจ้าหน้าที่พิมพ์ดีด เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูลเจ้าหน้าที่ธุรการ
6. “สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์”  (พ.ศ.2546 – ปัจจุบัน) จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2546 และกฎกระทรวงการแบ่งส่วนราชการสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2546  ซึ่งมีพันตำรวจโท ทักษิณชินวัตร  นายกรัฐมนตรี  และนายปองพล อดิเรกสาร  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในขณะนั้น เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการตามลำดับ  ด้วยเหตุผลสำคัญคือ เพื่อให้การปฏิบัติราชการมีความสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 โดยให้สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
   ก)  จัดทำนโยบาย  ยุทธศาสตร์  เป้าหมายการให้บริการ  กำหนดกรอบวงเงินงบประมาณ แผนงบประมาณ และแผนปฏิบัติราชการของกระทรวง รวมทั้งจัดทำนโยบาย แผนปฏิบัติราชการ และงบประมาณของสำนักงานปลัดกระทรวง
   ข)  ศึกษา วิเคราะห์  วิจัยและจัดทำสถิติ  ประมวลผลข้อมูล  ดัชนีด้านการบริหารจัดการศึกษา
   ค)  ดำเนินการเกี่ยวกับความร่วมมือด้านเงินกู้ยืมต่างประเทศ
   ง)  ส่งเสริม สนับสนุน พัฒนา และประสานงานตามนโยบายพิเศษ นโยบายเร่งด่วน  งานการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมและกีฬาเพื่อการศึกษา
   จ)  ส่งเสริม สนับสนุน พัฒนา และให้คำปรึกษาแนะนำวิชาการด้านการจัดการศึกษา  การวางแผน  การงบประมาณ  การติดตามประเมินผล การรายงานผลและประสานการปฏิบัติงานของหน่วยงานในกระทรวง และในสำนักงานปลัดกระทรวงให้เป็นไปตามแผนปฏิบัติราชการ การทำงานของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์นั้น จะมีความเชื่อมโยงกับการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล ในการผลักดันงานด้านการศึกษาให้เป็นไปตามนโยบายที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา  เน้นการนำความคิดของผู้บริหารระดับสูงเพื่อกำหนดเป็นยุทธศาสตร์สำหรับดำเนินงาน ภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่ของกระทรวง ไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม  ซึ่งถือว่าเป็นความท้าทายต่อบุคลากรของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง สำหรับอัตรากำลังของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ในปัจจุบัน มีจำนวน  80 อัตรา ประกอบด้วย ผู้อำนวยการ  ผู้เชี่ยวชาญ  นักวิเคราะห์นโยบายและแผน  เจ้าพนักงานธุรการ   เจ้าหน้าที่โสตทัศนศึกษา